10 จังหวัด น่าเที่ยว ปี 2562

10 จังหวัด คัดด้วยใจ ไม่ไปคือพลาด เพราะเมืองไทย ยังมีอะไรอีกมากมาย ที่รอให้คุณไปสัมผ้สและรับรู้ด้วยตนเอง

เที่ยวเมืองไทย สุขใจกว่าที่คิด หากใครไม่รู้ว่า ปี 2562 จะไปเที่ยวที่ไหนดี แต่ไม่อยากไปไหนไกล เที่ยวเมืองไทยนี่แหละ แต่ก็ไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหนดี ไม่ต้องกลัว เพราะว่าเรามีโปรแกรมเด็ด โดน ดัง มาให้พิจารณา ชอบแบบไหนจัดไปด่วนๆ

 

1. จังหวัดพังงา

 

เกาะตะปู - พังงา

 

"จังหวัดพังงา" หากใครชอบไปทะเล นอนฟังเสียงคลื่น ยืนมองท้องฟ้า เงยหน้ารับลม เดินชมหาดทราย รับรองว่าฟินเวอร์ ทีเด็ดของพังงา คือ เกาะแก่งต่างๆ เหมาะสำหรับผู้หลงใหลในวิถีชีวิตชาวเกาะเป็นที่สุด เริ่มต้นที่เกาะตะปู มีชื่อเรียกอื่น ๆ ว่า เกาะตาปู, เขาตาปู ตั้งอยู่บริเวณทะเลด้านนอกทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอุทยานแห่งชาติพังงา ห่างออกไปประมาณ 15 กิโลเมตร ในตำบลกะไหล อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา มีลักษณะเป็นเกาะเดี่ยว รูปร่างคล้ายตะปู การเที่ยวชมเกาะตะปู นักท่องเที่ยวสามารถชมได้ระยะไกลจากเรือ หรือจากสันดอนของเกาะเขาพิงกัน และไม่สามารถขึ้นไปบนเกาะได้ , เกาะปันหยี ชุมชนบนเกาะเล็กจิ๋วกลางทะเลที่มีสนามฟุตบอลลอยน้ำเลื่องลือไปทั่วโลก , เกาะยาวใหญ่ - เกาะยาวน้อย สองเกาะดังที่กำลังเร่งเครื่องโปรโมทการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเรียนรู้วิถีชีวิตของคนบนเกาะที่เรียบง่ายน่ารักของชาวมุสลิม , อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ แหล่งดำน้ำที่สวยงามติดระดับโลก และเป็นถิ่นฐานหมู่บ้านชาวมอแกน , เกาะพระทอง ที่ยังได้อารมณ์ดิบๆ ลุยๆ ราวกับย้อนอดีตกลับไปยุคบุกเบิก หรือ เกาะคอเขา แหล่งที่ตั้งของเมืองโบราณที่เคยรุ่งเรืองในยุคเส้นทางการค้าทางเรือในอดีต

 

2. จังหวัดมุกดาหาร

 

ภูผาเทิบ - มุกดาหาร

 

"จังหวัดมุกดาหาร" จังหวัดชายแดนทางภาคอีสานของไทย เปรียบเสมือนเป็นประตู่สู่กลุ่มประเทศอินโดจีน เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ และวิถีชีวิตผู้คนที่น่าสนใจ มุกดาหารเปรียบเป็นเมืองหน้าด่านที่ทอดผ่านไปประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยเพราะลักษณะของภูมิประเทศติดกับแม่น้ำโขง ทำให้ที่มุกดาหารมีวิวสวย ๆ รวมถึงยังพลเมืองจังหวัดที่ประกอบด้วยชนพื้นเมืองที่หลากหลาย มุกดาหารจึงเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่นที่งดงามและมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำแบบใคร สถานที่ไม่ควรพลาดเมือมีโอกาศไปเยือนคือ วัดพระศรีมหาโพธิ์ , วัดศรีมงคลใต้ , ศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมือง , ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง , สักการสถานพระมารดาแห่งมรณสักขี , วัดสองคอน , น้ำตกตาดโตน , วนอุทยานภูหมู เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สำคัญและสวยงามแห่งหนึ่งของอำเภอนิคมคำสร้อย , ตลาดอินโดจีน แหล่งรวมสินค้านำเข้าจากนานาประเทศ เช่น รัสเซีย จีน เวียดนาม และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว , อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 59 ของประเทศไทย , แก่งกะเบา ป็นแก่งหินยาวเหยียดตามลำน้ำโขง , ห้าแยกชุมชนเวียดนาม เป็นที่ตั้งชุมชนชาวเวียดนาม และเป็นตลาดอาหารเช้าที่ขึ้นชื่อของมุกดาหาร , หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตั้งอยู่ที่บ้านภู หรือชุมชนบ้านภู เป็นชนเผ่าผู้ไทย ที่อพยพจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง

 

3. จังหวัดจันทบุรี

 

เขาคิชฌกูฏ - จันทบุรี

 

"จังหวัดจันทบุรี" หรือเรียกสั้น ๆ ว่า "เมืองจันท์" จังหวัดทางชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของประเทศไทย หลายคนอาจจะคุ้นหูในฐานะเมืองเก่าที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของไทย ถ้าชื่นชอบบรรยากาศเย็นกาย สบายตัว สบายใจ แนะนำให้ไปพักผ่อนหย่อนใจที่น้ำตกพลิ้ว น้ำตก 3 ชั้น มีแอ่งใส เหมาะแก่การเล่นน้ำ มีธารน้ำตกที่มีปลาพลวงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก หรือน้ำตกตรอกนอง น้ำตก 3 ชั้น มีความสวยงามและมีน้ำไหลตลอดปี มีบริเวณสำหรับกางเต๊นท์พักแรมได้ เหมาะสำหรับผู้ที่รักการผจญภัย และนิยมธรรมชาติ เมื่อมาถึงเมืองจันทบุรีแล้วอย่าลืม สักการะพระอุโบสและชมเจดีย์อายุนับร้อยปี ที่วัดทองทั่ว โดยนอกจากนี้แล้ว ที่วันนี้ยังเป็นสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุเขมร ทั้งทับหลัง และเสาอิงประดับกรอบประตูแบบศิลปะถาลาปริวัติอีกด้วย จากนั้นแล้วแนะนำให้แวะไปเที่ยวที่ถนนสายอัญมณี ที่อยู่ในตัวเมือง บริเวณถนนศรีจันท์ โดยถนนตลอดทั้งเส้นจะมีการวางจำหน่ายและรับซื้อขายพลอยและอัญชมณีต่างๆ เป็นประจำ นับเป็นตลาดพลอยเจียระไนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยเลยทีเดียว และไฮไลท์เด็ดของจังหวัดนี้เลยก็คือ นมัสการรอยพระพุทธบาท ที่ประดิษฐานอยู่บนเขาคิชฌกูฏ โดยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปนมัสการในช่วงเดือนมกราคม - มีนาคม ของทุกๆ ปี โดยการจัดเดินป่าขึ้นยอดเขาคิชฌกูฎถือเป็นงานพระเพณีที่สืบทอดกันมานาน ใครได้ขึ้นไปนมัสการเชื่อว่าจะได้บุญสูง

 

4. จังหวัดตาก

 

น้ำตกทีลอซู - ตาก

 

"จังหวัดตาก" เป็นจังหวัดทางภาคเหนือตอนล่าง มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ แถมยังสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ในด้านของสถาปัตยกรรม มีเจดีย์และวัดศิลปะแบบมอญ ซึ่งจากหลักฐานงานศิลป์เหล่านี้ทำให้รู้ได้ว่า ตากเป็นเมืองที่มีชาวมอญอาศัยอยู่ตั้งแต่อดีต นอกจากนี้ก็มีวัดวาอารามศิลปะแบบไทยสมัยสุโขทัยและอยุธยา รวมถึงตึกรามบ้านช่องรูปทรงคลาสสิกสไตล์ยุโรป สมัยรัชกาลที่ 5 มาถึงตาก แน่นอนว่าต้องไป สักการะศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดโบสถ์มณีศรีบุญเรือง เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อจังหวัดตาก สังเกตได้ว่าจะมีตุ๊กตาทหาร ม้า และไก่ นำมาแก้บนกันเป็นจำนวนมาก สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดตาก แน่นอนว่าต้องเป็น น้ำตกทีลอซู ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง เป็นน้ำตกเขาหินปูนขนาดใหญ่ เกิดจากลำน้ำห้วยกล้อท้อทั้งสายที่ไหลแผ่ปกคลุมพื้นที่หน้าผากว้าง ก่อนที่จะทะยานลงสู่หน้าผาสูงชันลดหลั่นเป็นชั้น ๆ สูงกว่า 300 เมตร นอกเหนือจากนี้ ก็ยังมี น้ำตกทีลอจ่อ หรือน้ำตกสายฝนความสวยงามของสายน้ำที่ไหลจากหน้าผาสูงชัน เมื่อหล่นลงมากระทบเข้ากับหิน ธารน้ำดังกล่าวก็แตกกระจายเป็นฝอย ดูคล้ายกับสายฝนที่ตกลงมาจากท้องฟ้า และบางครั้งก็เกิดเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างรุ้งกินน้ำให้เราได้เห็นกัน จังหวัดตาก ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกเยอะ รับรองว่าใครได้ไปแล้วคุ้มมาก

 

5. จังหวัดลำพูน

 

พระธาตุหริภุญชัย - ลำพูน

 

"จังหวัดลำพูน" เป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กที่สุดในภาคเหนือ นับเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ ยาวนาน เคยเป็นที่ตั้งของนครหริภุญชัย ในสมัยพระนางจามเทวีเดิมชื่อเมืองหริภุญไชย เป็นเมืองโบราณ ไปเยือนลำพูทั้งที ก็ต้องไปนมัสการ พระธาตุหริภุญชัย ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูน มีถนนล้อมรอบสี่ด้าน ถือเป็นพระธาตุประจำปีเกิดชาวปีระกา และนับเป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งในล้านนามาตั้งแต่สมัยโบราณ มีพระธาตุ ก็ต้องมีวัดคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดลำพูน วัดพระพุทธบาทตากผ้า บนม่อนดอยเบื้องหลังวัดได้มีการสร้างพระเจดีย์ ซึ่งเป็นศิลปะที่ผสมผสานจากพระธาตุดอยสุเทพและพระธาตุหริภุญชัย โดยมีบันไดนาค 469 ขั้น เชื่อมระหว่างเจดีย์บนม่อนดอยกับวัดพระบาทตากผ้าที่เชิงดอย ไปต่อกันที่ อุทยานแห่งชาติแม่ปิง อุทยานแห่งชาติแม่ปิง มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และอำเภอสามเงา จังหวัดตาก เป็นป่าที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้และสัตว์ป่า มีทิวเขาทอดยาวเหยียดสลับซับซ้อน ลำห้วยน้อยใหญ่หลายสิบสาขาไหลผ่าน และเมื่อมาลำพูน ก็ไม่ควรพลาดที่จะไปนมัสการ วัดจามเทวี หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดกู่กุด ลักษณะพระเจดีย์เป็นสี่เหลี่ยมแบบพุทธคยาในประเทศอินเดีย แต่ละด้านมีพระพุทธรูปยืนปางประทานพรอยู่เป็นชั้น ๆ ภายในเจดีย์บรรจุอัฐิของพระนางจามเทวีปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญไชย

 

6. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

 

ถ้ําพระยานคร - ประจวบคีรีขันธ์

 

"จังหวัดประจวบคีรีขันธ์" เป็นจังหวัดในภาคตะวันตกของประเทศไทย เป็นจังหวัดที่มีรูปร่างยาวในแนวเหนือ-ใต้ และแคบในแนวตะวันออก-ตะวันตก โดยมีส่วนที่แคบที่สุดของประเทศไทย ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร จังหวัดนี้นอกจาก ทะเลหัวหิน ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย ใครยังไม่เคยไปถือว่าพลาด เช่น ถ้ำพระยานคร ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ความสวยงามของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่ เพดานของถ้ำมีลักษณะเป็นโพรงที่แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาได้ ภายในถ้ำจะมีบ่อน้ำที่เรียกว่า "บ่อพระยานคร" นอกจากนี้ยังมี "พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์" สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเจ้าพระยานครเป็นผู้ค้นพบคราร่วมเสด็จประพาสในรัชกาลที่ 5 และต่อมาพระมหากษัตริย์อีกหลายพระองค์ ก็ทรงเสด็จพระราชดำเนินมายังที่แห่งนี้ด้วยเช่นกัน ต่อด้วย อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง หากนักท่องเที่ยวชอบแนวเดินป่าสูดอากาศบริสุทธิ์ น้ำตกป่าละอู เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีเลยทีเดียว เพราะอุดมไปด้วยป่าไม้เขียวชอุ่มและสัตว์ป่านานาชนิด ทั้งยังประกอบไปด้วยน้ำตกละอูใหญ่และน้ำตกละอูน้อย ซึ่งไหลลดหลั่นกันมาอย่างสวยงามถึง 11 ชั้น สามารถลงเล่นน้ำได้ แต่ที่เหมาะมากสำหรับการท่องเที่ยวคือช่วงพฤศจิกายนถึงเมษายน

 

7. ชลบุรี

 

ทุ่งปอเทืองบ้านไร่ชายเขา - ชลบุรี

 

"จังหวัดชลบุรี" เชื่อว่า หลายๆคน หากนึกถึงชลบุรี ก็คงจะมีแต่ทะเล แต่จริงๆแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่อีกมาก ที่น้อยคนจะรู้ ดังนั้นจะพาทุกๆท่านไปรู้จักกับสถานที่อื่นๆกัน เริ่มที่ "น้ำตกอ่างช้างน้ำ" ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอบ้านบึง มีลักษณะเป็นน้ำตกขนาดเล็ก ประกอบด้วยทั้งหมด 9 ชั้น แวดล้อมด้วยธรรมชาติป่าเขาที่สมบูรณ์ โดยนักท่องเที่ยวจะพบเจอกับสิ่งมีชีวิตที่หลากหลาย อย่างสัตว์จำพวกผีเสื้อและแมลงชนิดต่าง ๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ต่อด้วย "น้ำตกชันตาเถร" ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา นับเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่มีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเล่นน้ำคลายร้อน ประกอบด้วยชั้นน้ำตกทั้งหมด 6 ชั้น โดยตลอดเส้นทางเดินของน้ำตก จะมีเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่ คอยอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ พามาดูทุ่งดอกไม้กันบ้าง ทุ่งปอเทืองบ้านไร่ชายเขา ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลหนองรี และกำลังออกดอกเหลืองอร่ามเต็มพื้นที่กว่า 10 ไร่ เป็นที่ถูกตาต้องใจนักท่องเที่ยวให้แวะเวียนเข้ามาถ่ายรูปกันไม่ขาดสาย แถมยังมีมุมถ่ายรูปสวย ๆ ให้เลือกถ่ายอีกเพียบ โดยปอเทืองจะบานช่วงกลางเดือนสิงหาคม เป็นระยะเวลาประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์ ชมดอกไม้แล้วไปชมงานศิลป์กันต่อที่ "Parody Art Museum Pattaya" พิพิธภัณฑ์กลางคืนซึ่งมีเนื้อหาเป็นการล้อเลียนงานศิลปะแห่งแรกของโลก โดยการนำเอาภาพวาดในยุคเก่าที่มีชื่อเสียง มาผสมผสานเข้ากับงานยุคใหม่ นอกจากนี้ยังมีในส่วนของอาคารที่ไว้จัดแสดงภาพงานแนวคลาสสิกและโมเดิร์นอาร์ต อีกด้วย

 

8. ศรีสะเกษ

 

วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ - ศรีสะเกษ

 

"จังหวัดศรีสะเกษ" จังหวัดศรีสะเกษหรือเมืองขุขันธ์ในสมัยก่อน หนึ่งในจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง แน่นอนว่าแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญก็คือ "อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร" อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 83 ของไทย ตั้งอยู่บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านภูมิซรอล ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ อุทยานแห่งนี้มีพื้นที่ครอบคลุมถึง 2 จังหวัด คืออำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และอำเภอน้ำขุ่น อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ในปัจจุบันปราสาทเขาพระวิหารไม่สามารถขึ้นทางอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารแต่กัมพูชาอนุญาตให้ขึ้นฝั่งกัมพูชาได้ สำหรับคนที่มีรถยนต์ที่มีพาสปอร์ตรถยนต์จะง่ายหน่อย ใครที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมตั้งแต่สมัยขอม ถือว่าคุ้มค่าน่าไปไม่ควรพลาดอย่างแรง ไปต่อกันที่ "วัดมหาพุทธาราม" วัดเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาก่อนเมืองศรีสะเกษ โดยเดิมเรียกว่า "วัดป่าแดง" ตั้งอยู่ใจกลางเมืองศรีสะเกษ โดดเด่นด้วยวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง คือ "หลวงพ่อโต" เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางมารวิชัย เดิมเป็นพระพุทธรูปศิลาจำหลัก สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยขอมและมีอายุร่วมกว่าพันปี อีกวัดที่หากไม่ได้ไปเยือนเหมือนไปไม่ถึงศรีสะเกษ นั่นก็คือ "วัดพระธาตุสุพรรณหงส์" หรือวัดบ้านหว้าน ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านหว้าน ตำบลน้ำคำ อำเภอเมือง ตั้งอยู่ห่างจาก อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 10 กิโลเมตร ด้วยความโดดเด่นของพระอุโบสถที่ก่อสร้างบนเรือสุพรรณหงส์จำลอง ลอยอยู่กลางน้ำอย่างสวยงามแปลกตา หลังคาทรงจัตุรมุข 3 ชั้น มียอดมณฑปกลางอุโบสถ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

 

9. เชียงใหม่

 

อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก - เชียงใหม่

 

"จังหวัดเชียงใหม่" จังหวัดยอดฮิต ที่ใครๆก็อยากไปเที่ยว ไม่ว่าจะ ไหว้พระ ถ่ายรูป กินอาหารพื้นเมือง พักผ่อนหย่อนกาย เที่ยวได้ทุกฤดูกาล สถานที่ไหว้พระดังๆ แน่นอนว่าจะต้องเป็น "วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร" เป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง ภายในเป็นที่ประดิษฐานขององค์เจดีย์ทรงมอญ ที่ใต้ฐานพระเจดีย์มีพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรรจุอยู่ อีกทั้งยังเป็นพระธาตุประจำปีมะแมด้วย หรือหากใครเกิดปีชวด ไม่ควรพลาด "วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร" เป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ยังมีวัดอื่นๆอีกมากมาย เช่น "วัดพระธาตุดอยคำ" ว่ากันว่า หากใครได้ไปสักการะบูชาขอพร หลวงพ่อทันใจ จะสมหวังดังใจ ในเรื่องโชคลาภ การงาน ค้าขาย และการเสี่ยงโชค เพียงแค่เวลาอธิษฐานต้องระบุดอกมะลิให้ชัดเจน ว่าจะถวายกี่พวง เอ่ยชื่อ-นามสกุลให้ชัด แต่ห้ามขอมากกว่า 1 เรื่องพร้อมๆกันเชียวล่ะ ไว้ค่อยมาขอท่านวันหลังจะดีกว่า เพราะท่านคงจะไม่ช่วยคนที่โลภมากนักหรอกหนา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคน ใช้วิจารณญาณกันเอาเอง เมื่ออิ่มบุญอิ่มอกอิ่มใจแล้ว ไปสัมผัสบรรยากาศสวยๆที่ อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก หรือ ดอยผ้าห่มปก เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของไทย โดยเฉพาะฤดูหนาวที่จะมีทะเลหมอกให้ได้ชมกันอย่างจุใจ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นอีกจุดที่น่าสนใจ ก็คือ บ่อน้ำพุร้อนฝาง เป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่เกิดจากความร้อนใต้ดิน บ่อที่ใหญ่ที่สุดมีไอน้ำร้อนแบบไกเซอร์ ซึ่งจะพุ่งขึ้นสูงได้ถึง 40-50 เมตรเลยทีเดียว

 

10. พัทลุง

 

อุทยานนกน้ำทะเลน้อย - พัทลุง

 

"จังหวัดพัทลุง" มาถึงจังหวัดสุดท้ายกันแล้ว จังหวัดที่ใครไปก็ต้องหลงรักอย่างแน่นอน หากใครที่ชอบเที่ยวแบบลุยๆ เหนื่อยไม่กลัว กลัวไม่เหนื่อย ไปพัทลุงถือว่าตอบโจทย์ มีแหล่งท่องเที่ยวสวย ๆ ซ่อนอยู่มากมาย ที่สำคัญยังเงียบสงบ ไม่วุ่นวาย อากาศเย็นสบายและสดชื่นบริสุทธิ์ พร้อมทั้งยังได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนภาคใต้อย่างแท้จริง เริ่มต้นที่ "อุทยานนกน้ำทะเลน้อย" ทะเลสาบตอนบนสุดซึ่งเชื่อมต่อกับทะเลสาบสงขลา แหล่งที่อยู่อาศัยของนกนับร้อยชนิด อีกทั้งพืชพรรณมากมาย รวมทั้งสัตว์น้ำนานาพันธุ์ ยิ่งไปกว่านั้นในยามเช้ายังเป็นช่วงเวลาที่ดอกบัวแดงนับล้านดอกจะเบ่งบานสะพรั่งไปทั่วท้องน้ำ การได้นั่งเรือหางยาวแบบช้า ๆ ท่ามกลางอากาศเย็นสบายบริสุทธิ์ พร้อมทั้งบรรยากาศสุดเงียบสงบในยามเช้าในทะเลน้อย บอกเลยว่าฟินเวอร์ ต่อด้วย "ตลาดริมน้ำทะเลน้อย" มีร้านค้าอยู่ประมาณ 20 กว่าร้าน ของกินสุดฮิตห้ามพลาดคือ ไข่ปลาทอดปรุงรส ใส่สมุนไพรไทย อร่อยเพลิดเดกินห้ามใจ ยังมีตลาดอีกที่หนึงที่มาใหม่ไม่ควรพลาด นั่นก็คือ "ตลาดใต้โหนด" โดยมีคอนเซ็ปต์สุดเก๋ "อิ่มกาย บายใจ สุขอยู่ที่พอ" มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 โซนหลัก ๆ ด้วยกัน คือ โซนตลาดป่าไผ่สร้างสุข, โซนพื้นที่นั่งพักผ่อน, โซนกิจกรรมสำหรับเด็ก ๆ, โซนการเรียนรู้ของสวนไผ่ขวัญใจ และป่าไผ่สุดร่มรื่น หากใครจะไปตลาดแห่งนี้ ต้องทราบกฏกติกากันก่อน คือ จะไม่มีถังขยะรวมให้ ผู้มาเยือนจะต้องนำมาฝากทิ้งกับร้านค้ากันเอง เพราะผู้ก่อตั้งมีเจตนาที่จะให้ผู้มาเยือนได้ร่วมสร้างจิตสำนึกดี ๆ ด้วยกัน เพราะฉะนั้นถ้านำพลาสติก หรือสิ่งที่เป็นขยะเข้ามาก็ต้องนำมาทิ้งให้ถูกจุด อีกทั้งยังรณรงค์ให้ลดและงดการใช้พลาสติก หรือสิ่งที่จะทำให้ก่อเกิดขยะมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นก่อนมาเที่ยวที่นี่ควรเตรียมถุงผ้ามาให้พร้อมด้วยนะ